ประวัติมหาวิหารนอเทรอดาม โบสถ์วิหารในกรุงปารีส

Notre-Dame-Cathedral-news-site

มหาวิหารนอเทรอดาม (Notre-Dame de Paris) เป็นโบสถ์วิหารในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เป็นวิหารแบบโกธิคที่มีชื่อเสียงมากสุดในยุคกลาง มีความโดดเด่นในเรื่องความใหญ่โต พร้อมกับโบราณวัตถุมากมาย รวมถึงงานด้านสถาปัตยกรรมสุดน่าทึ่ง มหาวิหารแห่งนี้ตั้งอยู่ทางด้านตะวันออกของ Île de la Cité ถูกสร้างขึ้นบนซากปรักหักพังของโบสถ์โบราณสองแห่งก่อนหน้านี้ มหาวิหารแห่งเป็นความคิดริเริ่มโดย Maurice de Sully บิชอปแห่งปารีสผู้ที่วางแผนจะสร้างเป็นสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่ในปี ค.ศ. 1160 ทับซากของวิหารเก่า โดยมีสมเด็จพระสันตะปาปา Alexander III วางศิลาฤกษ์ในปี ค.ศ. 1163 และอัญเชิญแท่นบูชาศักดิ์สิทธิ์ในปี ค.ศ. 1189 ใช้เวลานานหลายสิบปีกว่าวิหารจะเสร็จสมบูรณ์ในปี 1250 ส่วนการปรุงแต่งอื่นๆ ได้เพิ่มเข้ามาในอีก 100 ปี

ความกว้างภายในของโบสถ์คือ 427 x 157 ฟุต (ประมาณ 130 x 48 เมตร) เพดานมีความสูงอยู่ที่ 115 ฟุต (35 เมตร) มีหอคอยกอธิกขนาดใหญ่สองต้นอยู่ด้านหน้าอาคารตะวันตก ซึ่งแบ่งออกเป็นสามชั้น มีประตูประดับด้วยงานแกะสลักแบบโกธิคยุคแรกวางเรียงเป็นแถว โดยมีรูปปั้นของกษัตริย์ในสมัยพันธสัญญาเดิม หอคอยทั้งสองสูง 223 ฟุต (68 เมตร) ที่ปลายด้านตะวันออกของมหาวิหารมีหน้าต่างบานใหญ่ (เพิ่มเข้ามาในปี ค.ศ. 1235 – 70) นอกจากนี้ยังมีหน้าต่างกุหลาบ (rose windows) ที่ยิ่งใหญ่สามแห่งถูกสร้างขึ้นจากวัสดุในศตวรรษที่ 13 และไม่อาจหาที่ใดมาทดแทนได้

news-Notre-Dame-Cathedral-site

การบูรณะซ่อมแซมครั้งใหญ่

เวลาผ่านไปหลายร้อยปี มหาวิหารนอเทรอดามได้รับความเสียหายและเสื่อมสภาพตลอดเวลาที่ผ่านมา หลังจากการปฏิวัติฝรั่งเศสมันเกือบถูกทำลายลงไปแต่ก็ไม่สำเร็จด้วยการช่วยเหลือของนโปเลียน ผู้ครองตำแหน่งจักรพรรดิฝรั่งเศสในมหาวิหารปี ค.ศ. 1804 ต่อมาได้รับการบูรณะครั้งใหญ่โดยสถาปนิกชาวฝรั่งเศสชื่อ Eugène-Emmanuel Viollet-le-Duc ในช่วงกลางศตวรรษที่ 19 ในระหว่างการรณรงค์ฟื้นฟูในปี ค.ศ. 2019 ได้ไฟไหม้ในห้องใต้หลังคาของมหาวิหาร จนเกิดเปลวไฟขนาดใหญ่ทำลายหลังคาส่วนใหญ่ทั้งหมดลงไป เนื่องจากโครงสร้างหลักทำมาจากไม้ที่ติดไฟได้ง่าย

ไม้ที่ถูกนำมาใช้ทำหลังคานั้นเป็นไม้เก่าแก่ล้ำค่าอย่างมาก ทำมาจากไม้ที่ถูกตัดมาจากป่าขนาด 52 เอเคอร์ คานแต่ละต้นถูกทำมาจากไม้ต้นเดียวทำให้มันเปรียบเสมือนเป็นป่าที่อยู่บนหลังคามหาวิหาร หลายคนจึงเรียกมันอีกชื่อว่า “the Forest” ซึ่งแปลเป็นความหมายในภาษาไทยว่า “ป่าไม้” โชคดีที่หลังเกิดเหตุเพลิงไหม้ไม่ได้ทำให้สูญเสียวัตถุโบราณไปด้วย เนื่องจากตามขั้นตอนการบูรณะจำต้องย้ายของสำคัญออกมาเก็บในที่ปลอดภัยก่อนเสมอ ภายหลังได้มีผู้ร่วมบริจาคเงินซ่อมแซมกันมากกว่าหลายพันล้านเหรียญ